วิธีควบคุมและกำจัดปลวก

 

วิธีการเจาะ/อัดน้ำยาเคมี และเคลือบผิวหน้าดิน

การ เจาะ/อัดน้ำยาเคมีลงดิน (Soil Injection Treatment หรือ Subsurface Injection Treatment) เป็นหนึ่งในวิธีป้องกันปลวกที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะสำหรับอาคารที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว ซึ่งไม่สามารถวางท่อป้องกันปลวกใต้ดินได้ตั้งแต่ต้น จึงต้องใช้วิธีเจาะคอนกรีตเป็นรูเล็กๆ ขนาดเท่าเหรียญบาท เพื่อทำการเจาะอัดน้ำยาลงไปให้ถึงฐานรากของอาคาร แต่ถ้าเป็นบ้านที่มีพื้นดินโดยรอบอาคารก็จะใช้วิธีการอัดน้ำยาลงดินได้เลยไม่ต้องเจาะพื้น หรือถ้าเป็นบ้านสมัยใหม่ในปัจจุบันหลายโครงการจะมีการทำหัวท่อสำหรับอัดน้ำยากำจัดปลวกไว้ให้แล้ว ซึ่งทำให้งานป้องกันปลวกง่ายขึ้น เพราะการเจาะพื้นทุกครั้งอาจมีความเสี่ยงที่จะเจาะไปโดนท่อประปา ทำให้เกิดความเสียหายอื่นๆตามมา ดังนั้นการเจาะ/อัดน้ำยาเคมีเพื่อกำจัดปลวกนั้นจำเป็นมากที่จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เป็นผู้ดำเนินงาน ทั้งนี้นอกจากการเจาะ/อัดน้ำยาเคมี เราสามารถเสริมประสิทธิภาพการป้องกันได้ด้วย การฉีดพ่นน้ำยาเคลือบผิวหน้าดิน เพื่อสร้างแนวป้องกันไม่ให้ปลวกเข้าสู่อาคารอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งทั้งสองวิธีมีการส่งเสริมประสิทธิภาพและข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ลองมาดูกัน

 

การเจาะ/อัดน้ำยาเคมีลงดิน

หลักการคือ

  • กรณีที่เป็นพื้นคอนกรีต เจ้าหน้าที่จะทำการ เจาะพื้นคอนกรีต รอบตัวบ้านหรือบริเวณเสี่ยง เช่น บริเวณเสา ห้องใต้บันได และจุดเชื่อมต่อพื้นดินกับตัวอาคาร จากนั้นใช้หัวอัด (injection rod) อัดน้ำยาเคมีลงไปในดินใต้พื้น เพื่อสร้างแนวป้องกัน (chemical barrier)

  • กรณีที่เป็นพื้นดินโดยรอบอาคาร เจ้าหน้าที่สามารถทำการปักอัดน้ำยาลงดินได้เลยโดยไม่ต้องเจาะพื้น 

  • น้ำยาเคมีจะจับเกาะเม็ดดิน ส่งผลให้ดินบริเวณนั้นมีฤทธิ์ที่เป็นพิษ จนปลวกที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นไม่สามารถอยู่ได้ หรือตายลงในที่สุด โดยเคมีจะยังคงตกค้างอยู่ใต้ดินไปอีกระยะหนึ่ง เมื่อใดที่ปลวกพยายามสร้างทางเดินเข้ามาทางใต้อาคาร ปลวกก็จะสัมผัสกับสารเคมี(ที่มีฤทธิ์ไม่ขับไล่ปลวก)โดยไม่รู้ตัว 
  • น้ำยาเคมีที่ใช้ส่วนมากเป็นกลุ่ม Non-repellent termiticides (เช่น Fipronil, Imidacloprid) ที่ปลวกไม่สามารถตรวจพบได้จึงไม่รู้ว่าเป็นพิษ เมื่อปลวกสัมผัสก็จะได้รับสารกลับไปที่รัง ทำให้ปลวกตัวอื่นๆในรังได้รับพิษไปด้วย

ข้อดี

  • เหมาะกับอาคารที่สร้างเสร็จแล้ว

  • ให้การป้องกันปลวกได้ระยะยาว (ขึ้นกับชนิดน้ำยาและคุณภาพการอัด)

  • ไม่ต้องรื้อพื้นหรือโครงสร้าง

  • มีความปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เนื่องจากสารเคมีที่ใช้มีความเป็นพิษต่ำ และมี อย. รับรองสามารถใช้ในบ้านเรือนได้

ข้อจำกัด

  • ต้องอาศัยความชำนาญของช่างในการเจาะและอัดน้ำยาให้กระจายทั่วถึง

  • หากรูที่เจาะไม่มากพอหรือเจาะรูได้ไม่ถี่มากพออาจส่งผลให้สารเคมีไม่สามารถแพร่กระจายได้ทั่วถึง ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันปลวกน้อยลง
  • น้ำยาจะเสื่อมสภาพตามเวลา จำเป็นต้องมีการเติมหรือบำรุงรักษาตามรอบ (โดยทั่วไปเราแนะนำให้มีการอัดน้ำยาซ้ำ 1 ครั้ง/ปี เนื่องจากสภาวะฝนและอากาศของประเทศไทย อาจชะล้างน้ำยาที่เกาะเม็ดดินให้เสื่อมประสิทธิภาพลงตามกาลเวลา)

1937.jpg (118 KB)

1938.jpg (164 KB)

2025_08_06_โกศล นิรันตราย_NON_1.jpg (400 KB)

 

การฉีดพ่นน้ำยาเคลือบผิวหน้า (Soil Surface Treatment)

เป็นวิธีการใช้หัวฉีดน้ำยาเคมีฉีดและพ่นเคลือบผิวดินภายในคอดินแบบปูพรมทุกตารางเมตร และรอบนอกตัวอาคารออกไปประมาณ 1 เมตร  ด้วยวิธีนี้จะทำให้น้ำยาเคมีซึมลงไปผสมกับน้ำยาเคมีที่อัดไว้ในดิน เป็นการสร้างเกราะป้องกันด่านล่างของตัวบ้านทั้งหมด

 

หลักการคือ

  • กรณีที่เป็นบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเราจะทำการอัดน้ำยาลงดินให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงทำการ ฉีดพ่นน้ำยากำจัดปลวกเคลือบผิวหน้าดิน ให้ทั่วบริเวณที่ต้องการจะก่อสร้าง เช่น พื้นที่รองรับฐานราก คานคอดิน ใต้พื้นบ้าน หรือรอบตัวอาคาร
  • น้ำยาจะซึมเคลือบอยู่บนชั้นดินด้านบน กลายเป็น ชั้นเคมี (Chemical Barrier) ที่ปลวกไม่สามารถผ่านเข้ามายังโครงสร้างอาคารได้
  • กรณีที่เป็นบ้านหรืออาคารที่สร้างเสร็จแล้วก็สามารถทำการพ่นน้ำยาเคลือบผิวหน้าได้ ถ้าโดยรอบอาคารมีพื้นดินหรือสวน ซึ่งจะเป็นการดีมากสำหรับการ Maintenance รายปี
  • ใช้ได้ทั้งสารเคมีกลุ่ม Repellent (เช่น Bifenthrin, Cypermethrin) ที่ทำให้ปลวกหลีกเลี่ยงไม่เข้ามาใกล้ และกลุ่ม Non-repellent (เช่น Fipronil, Imidacloprid) ที่ปลวกไม่รู้ตัวว่าสัมผัสสารเคมี แล้วนำกลับไปแพร่สู่รังจนทำให้รังล่มสลาย

ข้อดี

  • ปกป้องอาคารได้ตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง

  • ทำได้รวดเร็ว ไม่ซับซ้อน

  • ง่ายสำหรับการ Maintenance รายปี

ข้อจำกัด

  • ประสิทธิภาพจะอยู่ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากน้ำยาอยู่แค่บนผิวหน้าดิน เมื่อเวลาผ่านไปน้ำยาจะเสื่อมสภาพจากแสงแดด ฝน หรือน้ำใต้ดิน

  • ต้องอาศัยการบำรุงรักษาและการฉีดพ่นซ้ำอย่างสม่ำเสมอ

1935.jpg (229 KB)

1934.jpg (133 KB)

1933.jpg (203 KB)

 

ปรึกษาปัญหา หรือนัดสำรวจสถานที่ได้ ฟรี! ติดต่อได้ที่ เบอร์ 081-881-5073